<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หมอน้อยบ้านสมุนไพร</title>
	<atom:link href="https://mhonoibannsamunprai.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://mhonoibannsamunprai.com</link>
	<description>Mho Noi Bann Samun Prai</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Sep 2025 07:40:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>
	<item>
		<title>ติดโควิดแต่ผลการตรวจ ATK เป็นลบควรเชื่อหรือไม่</title>
		<link>https://mhonoibannsamunprai.com/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Mhor Noi]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Feb 2022 10:30:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[General]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://mhonoibannsamunprai.com/?p=1959</guid>

					<description><![CDATA[ATK คือ คำตอบสุดท้ายไหม เราควรเชื่อการตรวจแบบคัดกรองมากน้อยแค่ใหน ข้อจำกัดของ ATK นั่นมีแน่นอน เพราะเป็นเทคนิคการตรวจเพื่อคัดกรอง ความไว ความจำเพาะหลากหลายแตกต่างกันไปตามยี่ห้อต่างๆ ด้วย เป็นการตรวจที่เราต้องเผื่อใจถึงความผิดพลาดเอาไว้ ผลการตรวจให้ผลสองขีด หรือบวกเป็นการแปลผลได้ว่า เราตรวจพบเชื้อ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ATK คือ คำตอบสุดท้ายไหม เราควรเชื่อการตรวจแบบคัดกรองมากน้อยแค่ใหน ข้อจำกัดของ ATK นั่นมีแน่นอน เพราะเป็นเทคนิคการตรวจเพื่อคัดกรอง ความไว ความจำเพาะหลากหลายแตกต่างกันไปตามยี่ห้อต่างๆ ด้วย เป็นการตรวจที่เราต้องเผื่อใจถึงความผิดพลาดเอาไว้</p>



<p>ผลการตรวจให้ผลสองขีด หรือบวกเป็นการแปลผลได้ว่า เราตรวจพบเชื้อ แต่ก็ต่อเมื่อมีปริมาณไวรัสสูงมากเพียงพอเท่านั้น ดังนั้นถ้าหากว่าเราพบ ‘ผลบวก’ จะค่อนข้างมั่นใจว่าติดเชื้อโควิดจริง แต่ถ้าพบ ‘ผลลบ’ นั้นเรายังจะบอกหรือสรุปไม่ได้ว่า <strong>ไม่ติดเชื้อ</strong> เพราะอาจติดเชื้ออยู่แต่ปริมาณไวรัสยังน้อยจนตรวจไม่พบ เรียกว่า ‘ผลลบลวง’ ซึ่งในทางห้องปฏิบัติการ ผลบวกลวง ดีกว่า ลบลวง  เพราะลบลวงจะก่อความเสียหายต่อชุมชนต่อไปอีกมากมายเพราะคิดว่าปลอดเชื้อเเน่ๆ</p>



<p> บอกเล่าประสบการณ์ตรงหมอทำอย่างไรเมื่อผลตรวจ ATK ให้ผลลบทุกครั้งไม่สอดคล้องกับอาการทางคลินิกและเริ่มมีไข้ในวันที่ 6-7 หลังการสัมผัสผู้ติดเชื้อ</p>



<p>ในประเทศไทยเองมักมีการนำเสนอข่าว แบบนี้บ่อยๆ  เช่น จาก https://thestandard.co/atk-credibility/  ที่รายงาน ว่า   &#8220;&#8230;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชสั่งห้ามโรงพยาบาลในจังหวัดใช้ชุดตรวจ ATK ยี่ห้อหนึ่งตรวจหาเชื้อในผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง เนื่องจากพบความเบี่ยงเบนสูง ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อชุดตรวจที่ภาครัฐจัดซื้อมาแจกให้ ซึ่งเป็นยี่ห้อเดียวกัน ขณะเดียวกันตามร้านขายยาหรือร้านทั่วไปก็มีชุดตรวจ ATK วางขายมากขึ้น ชุดตรวจเหล่านี้ให้ผลถูกต้องมากน้อยแค่ไหน บทความนี้จะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK ให้มากขึ้น&#8230;&#8221;</p>



<p>ตัวหมอทำงานในโรงพยาบาลของรัฐเช่นกัน ใกล้ชิดในวงการห้องปฏิบัติการเพราะหมอจบหมอแล๊บมาตอน ปริญญาตรี   และเรียนต่อทางแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันมาพอสมควร </p>



<p>       หมอได้รับชุดตรวจตามระบบราชการมาเหมือนกัน เพื่อตรวจเมื่อครั้งมีความเสี่ยงสูงเพราะเคสต้นนั้นรับเชื้อมาจากสามีที่บ้านและไม่มีอาการหรืออาการมีน้อยมากๆ  ระยะเวลาที่ฟักตัวของเชื้อในแต่ละคนต่างๆกันไป ปัจจุบันคือ 7-14 วันแต่มีรายงานต่างประเทศบางรายฟักตัวยาวถึง 31 วันยังพบได้บ้าง</p>



<p>พี่ต้นเคสของหมอ ขอเรียกว่า เคส B  ส่วนสามีหมอขอเรียกว่า เคส A นะ</p>



<p>คุณ A มีอาการเหมือนไข้หวัดธรรมดา หวัดลงคอไปรับการตรวจเพราะคิดว่าเป็นหวัดที่ รพสต. แห่งหนึ่งใกล้บ้านในวันจันทร์  และถูกตรวจ ATK ให้ผลบวก นั่นแปลผลได้ว่ามีปริมาณเชื้อมากพอจนให้ผลบวก   คุณเคส B มาทำงานทุกวันตั้งแต่วันพฤหัสบดี และทราบผลว่าสามีให้ผลบวกโควิดวันจันทร์  หมอสัมผัสกับพี่เคส B เมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้า  ซึ่งทำงานใกล้ชิดพอสมควร  ผู้อ่านคิดว่าหมอเสี่ยงสูงต่ำหรือสูง  ถูกค่ะ คำตอบคือ สูงแน่นอน เพราะแม้เราจะสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาไม่ได้หมายความว่าเราจะปลอดภัย 100 %  และหมอไม่แน่ใจด้วยว่าสวมตลอดเวลาเพราะทำงานใกล้ชิดกัน ในห้องเดียวกันเกิน 5 นาทีแน่นอน</p>



<p>การแปลผลการตรวจจาก ATK อย่างไร</p>



<p> ATK หรือ Antigen Test Kit เป็นการตรวจแบบคัดกรองหาเชื้อไวรัสที่ทำได้รวดเร็ว ทราบผลภายใน 20-30 นาที  ต่างจากการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR  (Standard procedure) ที่ต้องส่งตัวอย่างไปตรวจในห้องปฏิบัติการจึงใช้เวลานานกว่าจะทราบผลแปลผลจากการนำเชื้อปริมาณแม้จะน้อยมาขยายสัญญาณในกระบวนการขยาย การตรวจ RT-PCR  นั้น มีชื่อเต็มๆ คือ Real Time PCR, (PCR=Polymerase chain reaction) เป็นการเก็บตัวอย่างเชื้อบริเวณลำคอและหลังโพรงจมูก (เช่นเดียวกันกับตรวจ Antigen) เป็นการตรวจที่มีความถูกต้องแม่นยำมากกว่าแต่จะใช้เวลาในการวินิจฉัยตัวอย่างเชื้อนานกว่า และเป็นการตรวจที่แนะนำจากองค์กรมาตรฐานอย่าง WHO </p>



<p>      วิธีการเก็บตัวอย่างของชุดตรวจ ATK สะดวกกว่า  ในขณะที่วิธี RT-PCR มักจะต้องแยงไม้เข้าไปลึกถึงด้านหลังโพรงจมูกเพราะบริเวณด้านหลังโพรงจมูกมีโอกาสพบเชื้อได้มาก และการตรวจในห้องแล็บทำให้ตรวจพบเชื้อได้ถึงแม้เชื้อจะมีปริมาณน้อยมากๆ  วิธี RT-PCR จึงเป็นวิธีมาตรฐานในการวินิจฉัยโควิด-19 ผู้ที่พบ<strong> &#8220;ผลบวก&#8221;</strong> จากชุดตรวจ ATK แปลผลว่า &#8220;<strong>พบเชื้อ</strong>&#8220;</p>



<p>กลับมาที่ผลตรวจของหมอที่ให้ผล Day 0  เป็นลบ หลังจากพี่เคส B ทราบว่าสามีให้ผลบวก จึงได้ตรวจด้วย ATK และใช่ค่ะ พี่ต้นเคส B ให้ผลบวกต่อโควิดสายพันธุ์เดลต้า  ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงสูงทุกคนตามมาตรการของ กระทรวงสาธารณสุข คือ กักตัว 14 วัน เเบบ HI (Home isolation)  พี่เคส B เข้ารับการรักษาตามระบบ ผลการตรวจ RT-PCR ของพี่เค้าให้ผลบวกคือพบเชื้อแต่หมอไม่ทราบรายละเอียดของ CT ว่าเท่าไหร่ หมอเร่ิมกระบวนการกักตัวเอง</p>



<p>หมอตรวจ ATK สามรอบยังให้ผลลบ  แต่พอวันที่ 6 นับจากสัมผัส หมอเริ่มขึ้นผื่นที่แขน ซึ่งหมอคิดว่าเพราะแพ้อะไรสักอย่างไหม แต่ลักษณ์ผื่นนั้นเป็นตุ่มที่มีลักษณะที่เข้ากับคัมภีร์ตักศิลา ผื่นยกนูนคันใสแบบเริมในทางการแพทย์แผนไทยเรียกว่า ไข้ออกผื่น ไข้พิษไข้กาฬ 21 จำพวก  ตามคัมภีร์ โควิดจัดในโรคห่าและบรรจุในไข้พิษไข้กาฬ เช่นกัน ตามรายงานจาก  Page 129 &#8211; สาระการประชุมวิชาการประจำปี https://www.dtam.moph.go.th/E-Book/academic-meeting-172563/files/basic-html/page129.html   ที่กล่าวว่า . </p>



<pre class="wp-block-code"><code>"...ไข้พิษไข้กาฬเป็นพิษกำเดาโลหิตแต่จะระบายพิษออกทางผิวหนัง มักจะขึ้นผื่นและมีการระบายพิษ
ออกมาเป็นผื่นที่ผิวหนัง แต่ถามว่าไข้พิษไข้กาฬต้องออกมาเป็นผื่นทุกคนไหม ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นทุกคน    ถ้าเกิด

ว่าพิษกำเดานั้นไม่ได้มากจนกระทั่งร่างกายทำลายไม่ได้จนต้องขับออกทางผิวหนัง COVID-19 คล้ายกับไข้พิษไข้กาฬในเรื่องของปิตตะกำเริบ ทำให้พิษโลหิตกำเดาต้องขับออกทางผิวหนัง ผู้ป่วย COVID-19 บางราย มีอาการผื่นที่ผิวหนัง แสดงให้รู้ว่าธรรมชาติของร่างกายในการขับพิษของไวรัส
มีหลายชนิดที่ขับออกทางผิวหนัง แต่เวลารักษาทางการแพทย์แผนไทยจะรักษาอย่างไรต้องพิจารณาจากสมุฏฐาน..."  
      วันแรกที่ขึ้นผื่นหมอยังไม่มีไข้  เริ่มมีไข้บ่ายของวันรุ่งขึ้นคือวัน พกักตัวแล้ว มีอาการไข้กำเดาปวดตามาก มีความร้อนขึ้นสูง ผล atk ยังคงลบ ดังนั้นหมอควรเชื่อผล ATK หรืออาการทางคลินิก  ใช่ค่ะ หมอเชื่ออาการที่แสดงเพราะหากหมอติดเชื้อแต่ไม่ทานยาจะทันการณ์ไหมหมอจะส่งต่อเชื้อให้คนอื่นต่อไหม 
หมอจึงเริ่มยาโดสแรกในวันที่ 7 หรือวันแรกที่มีไข้กำเดาหลังสัมผัสเชื้อและเริ่มมีอาการไข้มีปวดหัวแบบไข้กำเดาปวดร้อนกระบอกตาคล้ายๆไมเกรน

 </code></pre>



<p> ตำรับยาที่หมอใช้มีอะไรบ้าง </p>



<pre class="wp-block-code"><code>ครูบาอาจารย์ได้กล่าวไว้ คือ ไข้ตักศิลาจะต้องกระทุ้งพิษออกมาให้สิ้น ไม่เช่นนั้นจะกลับลงไปกินตับปอดได้ การใช้ยาในการรักในพระคัมภีร์ตักศิลา จำนวน 4 ตำรับ ในคัมภีร์เวชศาสตร์ศึกษา และเเพทยศาสตร์สงเคราะห์ จำนวน 3 ตำรับ (https://www.dtam.moph.go.th/E-Book/academic-meeting-172563/files/basic-html/page129.html) นอกจากนี้มีตำรับยาที่เพิ่มขึ้นมาคือยาแปรไข้ ยาพ่นผิวภายนอกและยาครอบไข้ตักศิลา

ยากระทุ้งพิษที่แพทย์แผนไทยใช้ หรือยาห้าราก ยาแก้วห้าดวงนี้ ปัจจุบันเราไม่ได้ใช้ตามคัมภีร์ทำให้สรรพคุณทางยาออกมาไม่เต็มที่เนื่องจากมีการใช้รูปแบบแคปซูลให้สะดวกต่อยุคสมัย  ในขณะที่คัมภีร์ระบุวิธีการใช้เป็นยาต้ม ตำรับยาที่ใช้ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 พบว่ายาจันทน์ลีลาใช้แก้ไข้พิษ  แต่หมอไม่ได้ใช้ยาจันทลีลา การรักษาไข้พิษไข้กาฬ มีวิธีการรักษา 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ  1.การกระทุ้งพิษ 2.การแปรพิษ และสุดท้ายคือการครอบไข้ </code></pre>



<pre class="wp-block-code"><code>ตำรับยาที่หมอใช้ในการรักษาตัวเองครั้งนี้ในขั้นตอนแรกคือ ตำรับยาห้ารากที่ผสมสมุนไพรแปรไข้ครอบไข้ซึ่งครูบาอาจารย์แพทย์แผนไทยทางภาคเหนือใช้ในการรักษาจึงไม่จำเป็นต้องทานจันทลีลา  หมอวางมหาพิกัดตรีผลาเพื่อกล่อมในเรื่องของลำใส้และประเมหะในลำใส้  และ วางฟ้าทะลายโจรเพื่อแก้ร้อนในกระหายน้ำลดไข้เพิ่มด้วยฟ้าทะลายโจรมีฤทธื์เย็นลดไข้กำเดาได้ดีแต่ไม่ควรทานเกินห้าวัน 
   หมอมีอาการไข้กำเดาสองวันแรกแบบปวดหัวมากปวดกระบอกตา ไข้ลดในวันที่ 3 หลังมีอาการไข้ มีอาการเจ็บคอมากช่วงแรกๆถึงวันที่่ 8  
     วันที่ 6 วางยาบำรุงโลหิตและมหาพิกัดตรีผลายาหอมเย็นเพื่อลดอาการ long covid  งดตำรับยาห้ารากและฟ้าทะลายโจรตั้งแต่วันที่ 6 เป็นต้นไป    อาการผื่นของหมอมีเรื่อยๆ ขึ้นๆ ยุบๆ เป็นผื่นนูนใสคันและหายสนิทจริงๆ คืออาทิตย์ที่สองหลังการสัมผัสเชื้อ </code></pre>



<p>ซึ่งอาการทางคลินิกหมอนั้นไม่สัมพันธ์กับ ATK เลย หมอจำเป็นต้องรอจนผลบวกไหม ในฐานะคนคนหนึ่งที่ต้องกักตัว 14 วัน หมอไม่รอค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่หมอแชร์ คือประสบการณ์ตรงจากตนเองเป็นความเห็นส่วนตัวอาจจะไม่ใช่ตัวแทนของประชากรไม่ใช่งานวิจัยใดๆ แล้วคุณละจะเชื่อผล ATK ที่ให้ผลลบได้ 100% ไหม เพราะการตรวจคัดกรองย่อมมีจุดอ่อนของการทดสอบเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัคซีน COVID-19 (SARS-CoV2)  โรคอุบัติใหม่ที่เราต้องอยู่ร่วม</title>
		<link>https://mhonoibannsamunprai.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%99-covid-19-sars-cov2-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Mhor Noi]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Feb 2022 08:16:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[General]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19 Vaccine]]></category>
		<category><![CDATA[Vaccine]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://mhonoibannsamunprai.com/?p=1853</guid>

					<description><![CDATA[       โควิด-19 เริ่มระบาดมาตั้งแต่ปลายปี 2019 จนถึง 20 กรกฎาคม 2021 นี่คือรายงานวิเคราะห์ที่หมอพยายามเขียนรวบรวมเมื่อปีที่แล้วที่พบว่ามียอดสะสมทะลุ 200 ล้าน  เป็นกลุ่มเชื้อไวรัสที่สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด เชื้อพัฒนาตัวเองเร็วยิ่งกว่าวัคซีนที่นักวิทยาศาสตร์พัฒนาขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นวัคซีนแบบใหนๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><p>       โควิด-19 เริ่มระบาดมาตั้งแต่ปลายปี 2019 จนถึง 20 กรกฎาคม 2021 นี่คือรายงานวิเคราะห์ที่หมอพยายามเขียนรวบรวมเมื่อปีที่แล้วที่พบว่ามียอดสะสมทะลุ 200 ล้าน  เป็นกลุ่มเชื้อไวรัสที่สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด เชื้อพัฒนาตัวเองเร็วยิ่งกว่าวัคซีนที่นักวิทยาศาสตร์พัฒนาขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นวัคซีนแบบใหนๆ ก็ตาม รายงานจาก https://www.worldometers.info/coronavirus ปัจจุบันปี 2022 พวกเรากลับพบว่าตัวเลขยอดสะสมการติดเชื้อนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมีอะไรเกิดขึ้นมากมายต่อเราชาวมนุษยชาติ</p></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>รายงานจำนวนการติดเชื้อ Coronavirus  ตามบทความที่หมอเคยร่างเขียนขึ้นในเดือนสิงหาคม 2564 นับถึงปัจจุบันคือระยะห่างเพียง 5 เดือนถือว่าไวรัสโควิดมีจำนวนเพิ่มแบบการก้าวกระโดดมาก ปัจจุบันเชื้อได้พัฒนามาถึงสายพันธุ์โอมิครอนและมีสายพันธุ์ย่อยไปแล้ว สถิติจำนวนยอดผู้ติดเชื้อและสายพันธุ์ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จำนวนรายงานถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มจากสอง 200 ล้านราย ก้าวมาที่ 379,039,044 ราย และเสียชีวิต 5,692,405 ราย ผ่านมาเพียงไม่กี่เดือน เราติดตามไวรัสกลายพันธุ์ตัวนี้ไม่ทันเอาเสียเลย</p><p></p><p>เฉกเช่นเดียวกับวัคซีนที่เริ่มต้นยังถกเถียงว่าดีหรือไม่ดีระหว่างชนิดต่างๆ แต่นับถึงวันนี้เราเหล่ามวลมนุษยชาติไม่มีทางเลือกอีกต่อไป ทุกคนต้องได้รับการฉีดถึงเข็มกระตุ้นไปเรียบร้อยหมอเองรับวัคซีนเข็มกระตุ้นถึงรอบที่สอง วัคซีนที่หมอเลือกฉีด คือ SinoVac และ Astrazeneca ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่เลือกจะรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า (Az) แทนแบบ mRNA เพราะหมอเลี่ยงการเกิด Systemic inflammatory หรือภาวะที่มีการอักเสบทั่วตัวแบบไม่เจาะจง มีรายงานกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็กวัยรุ่นบ้าง รายการการเสียชีวิตเป็นระยะจากผลกระทบของวัคซีนบ้าง  แต่เมื่อเทียบเคียงรับการฉีดกับไม่ฉีดแล้วการสูญเสียจากการไม่ฉีดมีมากกว่า รัฐบาลจึงมีมาตรการขอร้องให้มีการรับวัคซีนให้ได้ 100% ในประชากร</p></blockquote>



<figure class="wp-block-image is-style-rounded"><img decoding="async" src="https://www.eurofins-technologies.com/pub/media/catalog/category/EurofinsTechnologies-Coronavirus-Covid-19-virus-header_1.jpg" alt="Viruses: SARS-CoV-2"/><figcaption>ที่มารูป www.eurofins-technologies.com/products/viruses.html</figcaption></figure>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ข้อสังเกตอาการทางคลินิก จากโควิด-19 เดิมที่มีอาการ คือ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ปวดหัวเป็นไข้ จมูกรับกลิ่นไม่ได้ การรับรสเสีย อาการแบบใหม่ที่ต่างจากเดิม คือ ตาแดง ผื่นขึ้นไม่มีอาการชัดเจน อาจจะอ่อนเพลียเพียงเล็กน้อย คลื่นใส้อาเจียนมีน้ำมูกเวียนศรีษะ ครั่นเนื้อครั่นตัวไข้ต่ำๆ เป็นต้น ส่วนโอมิครอนอาการแสดงน้อยมาก แต่การแพร่กระจายไว</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-default is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><strong>รายงานในไทยนั้น ความรุนแรงของโรคหลังการติด คือ ร้อยละ 80-85 จะมีอาการไม่หนักหรืออยู่ในสีเขียว มีอาการปานกลางประมาณร้อยละ 12-15 และอีกร้อยละ 5 จะมีอาการหนัก อาการจะเแสดงออกได้ภายใน 4-14 วัน เฉลี่ยที่ 5 วันจะแสดงอาการออกมา และในปี 2564 นี้มีรายงานการติดต่อที่รวดเร็วมาก และอาจจะสามารถติดต่อได้ง่ายขึ้น เพียงเดินผ่านกันใน 5-6 นาที ก็สามารถติดเชื้อกันได้<sup> 5-6</sup></strong></p></blockquote>



<p><p>สำหรับยอดฉีดวัคซีนทั่วโลกที่มีการฉีดแล้ว และได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลก ประมาณ <strong>3,114,766, 865</strong> โดส&nbsp; ณ กรกฎาคม 2021&nbsp; แม้จะมียอดฉีดไปแล้ว 3 พันล้านโดส แต่ก็ยังไม่มีท่าทีที่จะหยุดการระบาดของไวรัสนี้ได้ ประเทศไทยยอดการติดเชื้อรายงานล่าสุดวันที่ 29 ก.ค 2564&nbsp; คือ &nbsp;ทุบสถิติใหม่อีกครั้ง คือ 17,669 ราย เสียชีวิตพุ่ง 165 ราย และก้่าวสู่ 1 ล้านคนในไม่กี่วันนี้แน่นอน (19 สิงหาคม 2564)&nbsp; &nbsp;ส่วนข้อมูลถึงปัจจุบัน 1 ก.พ&nbsp; 2565&nbsp; ยอดผู้ป่วยในไทยสะสม 2.44 ล้านคน เสียชีวิตสะสม 8,715 ราย หายป่วยสะสมกลับบ้าน ประมาณ 2.34 ล้านคน รับวัคซีนสะสม 115,256,516 คน <img decoding="async" class="alignnone  wp-image-1937" src="https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2022/02/c22deb3b-6d4f-45a0-a719-fb44be7179a4.png" alt="" width="163" height="209" srcset="https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2022/02/c22deb3b-6d4f-45a0-a719-fb44be7179a4.png 1100w, https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2022/02/c22deb3b-6d4f-45a0-a719-fb44be7179a4-768x984.png 768w" sizes="(max-width: 163px) 100vw, 163px" /></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ส่วนยอดรับวัคซีนทั่วโลก คือ 10.1 พันล้านโดส ใน 184 ประเทศ, ตามข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยบลูมเบิร์ก. อัตราล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 32.7 ล้านโดสต่อวัน&nbsp; (<a href="https://travel.trueid.net/detail/A5GQPOlbYkGX" target="_blank" rel="noopener">ประเทศฉีดวัคซีนต้านโควิด COVID-19 29 มกราคม 2565 (trueid.net ) </a><a href="https://www.bloomberg.com/graphics/covid-vaccine-tracker-global-distribution/" target="_blank" rel="noopener">More Than 10.1 Billion Shots Given: Covid-19 Vaccine Tracker (bloomberg.com)</a></p></p>



<p><p>วัคซีน ณ ปัจจุบัน มีบริษัทฯ ที่ผลิตออกมาที่เป็นที่รู้จักกันไม่กี่แบบและยังไม่มีวัคซีนยี่ห้อไหนที่ดีที่สุด ทุกยี่ห้อล้วนมีผลข้างเคียงหลังการฉีดมากน้อย ขึ้นอยู่กับผู้ได้รับวัคซีนตอบสนองอย่างไร นี่คือความเห็นหมอที่ผ่านมา 5 เดือน แต่ถึงปัจจุบันส่วนใหญ่ประชากรได้รับการฉีด mRNA กันอย่างทั่ว&nbsp;</p>
<p>เช่น กราฟนี้&nbsp; ที่แสดงให้เห็นถึง การกระจายการฉีดวัคซีนในประชากรโลก&nbsp; แต่ว่ายังมีคำถามว่าเราจะมีชีวิตแบบเดิมเมื่อไหร่&nbsp; จากสถานการณ์และความเห็นส่วนตัวของหมอเองหมอคิดว่า ไม่มีทีท่าการหยุดของการระบาด และเราใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว พวกเราต้องใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่นับแต่นี้ไป&nbsp; ถึงปัจจุบัน คือ พวกเราเข้าขวบปีที่ 3 ของการใช้ชีวิตแบบโรคระบาด</p></p>



<p><strong>การจำแนกชนิดของวัคซีนสามารถจำแนกได้ 4 กลุ่มใหญ่ๆ</strong>&nbsp;คือ <strong>แบบเชื้อตาย</strong> <strong>เชื้อทำหมัน</strong> <strong>แบบจำเพาะต่อโปรตีนหนาม</strong> แ<strong>ละแบบ mRNA เป็นต้น</strong></p>



<p></p>



<p><strong>วัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated vaccine)</strong> ผลิตด้วยการนําเชื้อไวรัสโควิด-19 เพาะเลี้ยง แล้วขยายจํานวนมากในห้องทดลองที่ป้องกันระดับสูงสุดตามมาตรฐาน ขั้นต่อมาคือนํามาทำให้เชื้อตาย  ผลิตเป็นวัคซีนออกมา โดยการฉีดวัคซีนชนิดนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสได้ทุกส่วน คล้ายกับการได้รับเชื้อไวรัสโดยตรง</p>
<blockquote><strong>แต่ไม่ทำให้เกิดโรคเพราะเชื้อตายแล้วนั้นเอง</strong> เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยสูง เพราะเป็น Conventional Techniques เป็นวิธีที่ใช้กับวัคซีน ที่พวกเราเคยได้รับมากัน เช่น วัคซีนตับอักเสบ โปลิโอชนิด หรือแบบอื่นๆ ในโบราณ ที่เรามีความคุ้นเคยในประสิทธิภาพ และความปลอดภัยมานานแล้ว แต่เนื่องจากการเพาะเลี้ยงไวรัสต้องใช้ความระมัดระวังมาก ทําให้ผลิตได้ช้ามีราคาแพง ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกให้ใช้แบบฉุกเฉินได้</blockquote>
<ol class="wp-block-list">
<li><b>วัคซีนที่ทําจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein Subunit Vaccines) </b>โดยเทคโนโลยีนี้ มีความคุ้นเคยมานาน ใช้ในการผลิตวัคซีนหลายชนิด เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น  </li>
<li><strong>วัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ (<strong>ไวรัลเวคเตอร์)</strong></strong> <strong>(Recombinant viral vector vaccine)</strong> ใช้ไวรัสที่สามารถตัดแต่งพันธุกรรม เช่น ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) นำมาดัดแปลงพันธุกรรมให้ไม่สามารถแบ่งตัวได้ และใส่สารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ลงไป เมื่อนํามาฉีดไวรัสพาหะเหล่านี้จะเลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ กระตุ้มภูมิคุ้มกันทั้งระบบให้สร้างแอนติบอดีย์ต่อไวรัสโควิด-19 ตามสารพันธุกรรมที่ใส่เข้าไป แม้ว่าจะเป็นวัคซีนที่ไวรัสอะดีโนไม่แบ่งตัวแต่ยังจัดเป็นไวรัสที่มีชีวิตเมื่อเข้าสู่ร่างกาย <strong>ไม่เหมาะที่จะใช้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อ</strong>ง วัคซีนชนิดนี้ที่ใช้ ในชนิดนี้ มี 4 กลุ่มย่อย คือ
<ol>
<li>ไวรัสอะดีโนของชิมแพนซี (Chimpanzee Adenovirus) จากลิง โดยบริษัท Astra Zeneca มีประสิทธิภาพป้องกันอาการร้อยละ 70-80 ป้องกันการเสียชีวิตได้ร้อยละ 100</li>
<li>ไวรัสอะดีโนของมนุษย์สายพันธุ์ 5 (Human Adenovirus Type 5) โดยบริษัท CanSinoBio มีประสิทธิภาพป้องกันอาการร้อยละ 60</li>
<li>ไวรัสอะดีโนของมนุษย์สายพันธุ์ 26 (Human Adenovirus Type 26) โดยบริษัท Johnson and Johnson มีประสิทธิภาพป้องกันอาการประมาณร้อยละ 64-72 และสุดท้ายไวรัสอะดีโนของมนุษย์สายพันธุ์ 5 และ 26 (Human adenovirus type 5 and26) จาก บริษัท Gamaleya ของรัสเซีย ป้องกันอาการได้ร้อยละประมาณ 90 &#8230;&#8221; <sup>3</sup></li>
</ol>
</li>
<li><strong>แบบการตัดแต่ง mRNA </strong>วัคซีนกลุ่มนี้ได้ใช้เทคโนโลยีแบบใหม่สังเคราะห์สารพันธุกรรมเอ็มอาร์เอ็นเอ (messenger RNA: mRNA) ที่เฉพาะเจาะจงกับเชื้อไวรัส เข้าเซลล์ และกํากับให้เซลล์ผลิตสารโปรตีนสไปค์ของเชื้อไวรัส ซึ่งโปรตีนนี้จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สร้างแอนติบอดีขึ้นมาต่อต้านเชื้อ (แต่ยังไม่ทราบผลระยะยาวเพราะเป็นเทคโนโลยีครั้งแรกของโลก) จากข้อมูลในปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ดี แต่ปัจจุบันกำลังลดความสามารถต่อสายพันธุ์เดลต้าที่รายงานออกมาจากประเทศอิสราเอล (Less Effective Against Delta Infection)<sup>2 </sup>และเริ่มมีรายงานติดตามผลหลังฉีดวัคซีน ว่ามีผลต่อการทำงานกล้ามเนื้อหัวใจ</li>
</ol>



<p>&nbsp;</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>นักวิทยาศาสตร์จากหลายๆ ประเทศยังคงพัฒนาวัคซีนทั้งแบบไวรัลเวคเตอร์และ mRNA&nbsp; อย่างไม่หยุดรวมทั้งวัคซีนแบบทานด้วย</p><p>ผลหลังการฉีดวัคซีนต่างๆ มีผลข้างเคียงมากน้อยคล้ายๆ กัน</p></blockquote>



<h6 class="wp-block-heading"><span style="font-size: 10pt;">หากจะมองหาการฉีดวัคซีนตอนนี้ควรจะมองหาวัคซีนที่ป้องกันสายพันธุ์ Delta (เดลต้า) หรือสายพันธุ์อื่นๆ ที่ปัจจุบันแพร่ระบาดอยู่หรือบางประเทศกำลังศึกษาการฉีดไขว้เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานในเชิง humoral immune และ cell mediated immunology เพื่อครอบคลุมทั้งสองระบบ</span></h6>



<p><span style="font-size: 10pt;">เราทราบกันดีว่าไวรัสที่ระบาด ณ ตอนนี้ในประเทศไทย หรือหลายๆ ประเทศในปี พ.ศ 2564 ไม่ใช่สายพันธุ์อู่ฮั่นอีกต่อไปแล้ว เพราะไวรัสได้กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ต่างๆ ที่เพิ่มความรุณแรงขึ้นอย่างมาก โดยที่องค์การอนามัยโลกได้เปลี่ยนแปลงระบบสำหรับการเรียกชื่อสายพันธุ์เชื้อ COVID-19 ให้ใช้ตัวอักษรกรีก แทนการเรียกชื่อประเทศที่พบสายพันธุ์นั้นๆ เมื่อ 1 มิถุนายน 2564 ระบบการเรียกแบบใหม่นี้ทำให้เชื้อ <strong>COVID-19</strong> กลายพันธุ์ที่พบในอังกฤษถูกเรียกว่า <strong>อัลฟา</strong>  ขณะที่สายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ใช้ชื่อว่า<strong> เบตา</strong> สายพันธุ์อินเดียจะถูกเปลี่ยนเป็น <strong>เดลตา</strong> ระบบนี้จะใช้กับสายพันธุ์ของ COVID-19 ที่องค์การอนามัยโลกระบุให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล สายพันธุ์ที่กำลังมาแรงล่าสุดช่วงเดือน กรกฏาคม คือ <strong>สายพันธุ์แกมม่า  และ</strong>แกมม่าพลัส</span></p>
<p><span style="font-size: 10pt;">



<p></p>



</span></p>
<p><span style="font-size: 10pt;">ในทั้ง 4 สายพันธุ์นี้มีความรุนแรง และดื้อต่อวัคซีนอย่างรวดเร็ว มีความสามารถในการแพร่ระบาดที่สูงกว่าแบบเดิมตามรายงานจะเห็นว่ามีการติดเชื้อซ้ำในบุคลากรการแพทย์ที่แม้จะฉีดวัคซีนครบทั้งสองเข็มไม่ว่าจะสายทางเชื้อตายหรือสายการตัดแต่งก็ตาม</span></p>



<p></p>



<p><span style="font-size: 10pt;">ปัจจุบันประเทศไทยมีการระบาดทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ</span></p>
<p><span style="font-size: 10pt;">



</span></p>
<p><span style="font-size: 10pt;">ระลอกที่ 1-2 : สายพันธุ์จากประเทศจีน ซึ่งเป็นกลุ่มแรกๆ และวัคซีนกลุ่มนี้จะไม่สามารถป้องกันการติดของสายพันธ์จากยุโรปหรืออินเดียได้</span></p>
<p><span style="font-size: 10pt;">



</span></p>
<p><span style="font-size: 10pt;">ระลอกที่ 3 เมษายน 2564 : สายพันธุ์อัลฟ่า ระบาดง่ายกว่าสายพันธุ์ระยะแรกถึงร้อยละ 70</span></p>
<p><span style="font-size: 10pt;">



</span></p>
<p><span style="font-size: 10pt;">ระลอกที่ 4 มิถุนายน 64 : สายพันธุ์เดลต้า ระบาดง่ายกว่าสายพันธุ์แรกถึงร้อยละ 140</span></p>
<p>ณ ปัจจุบัน โอมิครอนกำลังระบาดอย่างรวดเร็วในประเทศไทยและครอบคลุมเกือบทุกที่</p>



<figure class="wp-block-image is-style-default"><img decoding="async" src="https://news.thaipbs.or.th/media/G0DL5oPyrtt5HBAivZHIRNjfMlIeAXGMw78I4dnOY2SIsPcFw5vtQc.jpg" alt="อนามัยโลกใช้ &quot;ภาษากรีก&quot; เรียกชื่อโควิดกลายพันธุ์ ยกเลิกเรียกชื่อประเทศ"/><figcaption>ที่มา https://news.thaipbs.or.th/media/G0DL5oPyrtt5HBAivZHIRNjfMlIeAXGMw78I4dnOY2SIsPcFw5vtQc.jpg</figcaption></figure>



<p>คาดว่าสายพันธุ์เดลต้าจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดต่อไปในประเทศไทยหรือจุดที่ระบาดแน่นอน หากเราจะฉีดวัคซีน ตอนนี้ควรจะมองหาวัคซีนที่ป้องกันสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยที่ รัฐบาลกำหนดให้บุคลากรฉีดวัคซีนข้ามสายพันธุ์ต่อ Delta type</p>



<p>ภาพรวมสำหรับคนที่ฉีดกลุ่ม Sinovac 2 โดสไปแล้ว ป้องกันสายพันธุ์ที่ระบาดแรกๆ ได้ดี แต่ป้องกันสายพันธุ์อัลฟ่าได้ต่ำลง และที่หนัก คือ ป้องกันสายพันธุ์เดลต้าไม่ได้ค่อนข้างชัดเจน จึงต้องมีการบูสต์ภูมิคุ้มกัน หรือการฉีดไขว้ Cross เข็มที่ 3 ด้วยเทคโนโลยีวัคซีนที่ต่างกัน คือ แบบไวรัสพาหะ หรือเทคโนโลยี mRNA ส่วนที่ฉีด Astra 2 เข็ม ป้องกันการติดสายเดลต้าได้ร้อยละ 64 และป้องกันเสียชีวิตได้ร้อยละ 92 แต่ถ้าให้ดี ควรมีการ Cross ด้วย mRNA อีก ตามทฤษฎีน่าจะให้ประสิทธิภาพป้องกันดีขึ้นเช่นกัน</p>



<p>&nbsp;</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-large is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ทำไมวัคซีนจึงสำคัญมาก</p></blockquote>



<p><strong>ความสำคัญที่ต้องฉีดวัคซีน</strong> <strong>เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ภูมิต้านทานของร่างกายมนุษย์ยังไม่รู้จัก ไม่รู้ทิศทางกลไกการป้องกันตัวเองได้อย่างไร ดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงสำคัญมากในการจำลองเหตุการณ์การติดเชื้อขึ้นมาในร่างกายของมนุษย์</strong> จากหลอดทดลอง และการศึกษาพัฒนาวัคซีนสู่ร่างกายมนุษย์ (change form in vitro space to in vivo space, ) กลไกของวัคซีนแต่ละชนิดในปัจจุบัน ทำงานต่างกัน จำเพาะต่อไวรัสเหมือนกัน หากต้องติดในอนาคตจะไม่มีอาการรุนแรง</p>



<p>แม้ว่าจะมีไวรัสสายพันธุ์ใหม่ วัคซีนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับ COVID-19 และมีประโยชน์ด้านสาธารณสุข และการช่วยชีวิต หรือลดความรุนแรงลงได้ เพราะร่างกายมีระบบการต่อสู้ขึ้่นมาหลังจากการฉีดวัคซีน ที่ชัดเจนจากการใช้เครื่องมือที่เรามีอยู่แล้ว ความขาดเเคลนเครื่องมือช่วยการหายใจ การฉีดวัคซีนจะไม่ลดการติดเชื้อลงแต่จะเราต้องไม่เลื่อนการรับการฉีดวัคซีนเนื่องจากความกังวลของเราเกี่ยวกับสายพันธุ์ใหม่ และเราต้องดำเนินการฉีดวัคซีนต่อไปแม้ว่าวัคซีนอาจมีประสิทธิภาพน้อยกว่าในการต่อต้านไวรัส COVID-19 บางสายพันธุ์ก็ตาม เราจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่เรามีอยู่แม้ว่าเราจะปรับปรุงเครื่องมือเหล่านั้นต่อไป เราทุกคนจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อทุกคนปลอดภัยเหมือนๆกัน ดังนั้นมีฉีดวัคซีนกัน</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-large is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>วัคซีนไม่ได้ป้องกัน หรือลดการติดเชื้อลง แต่จะลดอาการความรุนแรงของอาการต่างๆ ลงเพราะมีการจำลองร่างกายในการติดเชื้อโรค และให้ร่างกายได้กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิที่ปกป้องร่างกาย</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-large is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>What is the best vaccines in the world at the moment?</p></blockquote>



<p>วัคซีนที่ดีที่สุด คือ การป้องกันตัวเอง ทำร่างกายให้แข็งแรง เพิ่มภูมิต้านทานร่างกายให้ดีที่สุด รับวิตามินดีจากแสงดแดด กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และทิ้งระยะห่างจากชุมชนให้มากที่สุดที่จะเป็นไปได้</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-style-large is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><strong>การรักษาดูแลโรคนี้ด้วยวิธีการของแพทย์แผนไทยกับโควิด 19</strong></p></blockquote>



<p>โรคห่าลงเมือง โรคห่าลงปอด โรคห่าตำปอด หรือชื่อ อื่นๆ อีกมาก คือ ชื่อที่วงการแพทย์แผนไทยรู้จักดี เพราะในโบราณเมื่อปี 2461 ที่มีการระบาดมาเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมามีคนไทยเสียชีวิตและติดเชื้อกว่า 2 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 8 หมื่นคน (รายงานสาธารณสุข, 2461)</p>



<p>ตามรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน ในประเทศไทยนั้น มีจำนวนยอดรายวันเกือบแตะที่ 10,000 ต่อวัน ยอดรวมประมาณ 250,000 คน สิ่งที่เราจะช่วยได้ คือ การใช้กลุ่มตำรับสมุนไพรในตำรับคัมภีร์โบราณอาจจะเป็นหนทางที่มาช่วยเหลือได้ เพราะว่าเตียงและอุปกรณ์ต่างๆนั้นรองรับไม่ได้ มีคนรอเตียง หรือรอการเข้าสู่ระบบที่บ้าน เรารอจากระบบสาธารณสุขจะยังไม่เพียงพอ ตอนนี้จำเป็นที่ต้องพึ่งพาแพทย์ทางเลือกหรือ กลุ่มแพทย์แผนไทย มีการระบาดที่เรียกว่า โรคห่าลงเมือง ประชาชนยังคงต้องปรับตัวเองปกติ อยู่กับโรคนี้อย่างไร มีชีวิตให้ปกติอย่างไร ประเทศไทยโชคดีที่มีภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้านที่มีมาช้านานเราควรนำกระแสการดูแลตัวเองนี้มา หรือ หันมามองตำรับยาแพทย์แผนไทยตามคัมภีร์โบราณได้บ้างแล้ว</p>



<p>จากรายงานการเสวนาล่าสุดของกรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 17 มิถุนายน 2564 นั้น มีรายงานแนะนำให้ใช้ กระชายขาวและฟ้าทะลายโจรในเรือนจำในคนที่ติดเชื้อ และการศึกษาในภาคกลางที่พบว่า ผลของสมุนไพรไทยทั้งสองตัวช่วยเหลือได้ดี ได้ผลน่าทึ่งมาก หรือแม่กระทั่งรายงานวิจัยจาก การศึกษาฟ้าทะลายโจรให้พร้อมกับฟาวิพิราเวียเพื่อเปรียบเทียบ ผลการรักษา จากการรายงานนั้นพบว่าทั้งฟ้าทะลายโจรและกระชายให้ผลการรักษาที่น่าทึ่งมากๆ จากงานเสวนาวิชาการ &#8220;ฟ้า-ทะลาย-โจรในภาวะวิกฤต&#8221; ในงานเสวนา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสยมพร ศิรินาวิน กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ และผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาคลินิกได้นำเสนองานวิจัยทางคลินิกได้นำเสนอ งานวิจัยสองเรื่อง เป็นการศึกษาการใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
 <iframe title="เสวนาวิชาการ ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทยในวิกฤต COVID 19" width="680" height="383" src="https://www.youtube.com/embed/2phuTUSCld8?start=7825&#038;feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>&nbsp;</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>การดูแลตัวเองที่บ้านหากอาการไม่มาก ระยะเริ่มต้นและติดเชื้อที่ปอด</strong></p>



<p>&nbsp;</p>



<p>1. ทำการฆ่าเชื้อในโพรงจมูกบ่อยๆ ด้วยรมไอหอมแดง หรือ เครื่องต้มยำตามคำแนะนำ</p>



<p>2. กินอาหารรสร้อน กินน้ำขิง น้ำต้มยำ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ไม่ให้ร่างกายรัอน กระสายยาร้อนพวกกระชายได้</p>



<p>3. ใช้ยาเขียว ยาขมต่างๆ กับน้ำรากผักชี เพื่อระบายความร้อน ขับไวรัส ออกไป อบโอโซนเครื่องต้มยำ คาดว่า น้ำมันหอมในเครื่องแกงไปปิดการรับหรือเกาะของไวรัสที่ยริเวณลำคอ (คหสต. หมอยังไม่ได้อ่านหลักเคมีลึกๆ)</p>



<p>4. ใช้มหาพิกัดตรีผลาในการรักษา</p>



<p>5. ใช้ยาตำรับรักษาโรคห่า ไข้พิษไข้กาฬ หรือ จากตำราคัมภีร์ไข้ต่างๆ ค. ตักศิลา เช่น ยาห้าราก (<a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVvUnKrotc2LavbxtgHC9C7zxRcPgIqvuUaKTNkMFT3sm3TyIOTp6IphPQWn8Hh2J8lj8XPz7QRdNiamvFbCk7x8J3HNcJVjtBHrdGNT48gORVWt8UbZS3uk4wML_vplZJWdwAE-78AHg9p5gs5xxUiBWHhzIkVWA8aA9o3tlMAvQyt0rd9NnNLkKSfX1huSPk&amp;__tn__=*NK-R" target="_blank" rel="noopener">#แก้วห้าดวง</a>) ยาจันทลีลา (เย็น) ประสะจันทน์แดง ประสะฟ้าทะลายโจร ฟ้าทะลายโจร ยาขาว มหานิล ยาถ่าย หรือตำรับอื่นๆ ตามที่ แพทย์แผนไทย คัดเลือกหรือวางแผนการรักษา</p>



<p><p>6. ใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกวิธีและป้องกันตัวเองด้วยการ ล้างมือ บ่อยๆ</p>
<p>7. เลี่ยงจุดเสี่ยง ไม่เข้าใกล้คนไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน</p></p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>การทานยาฟ้าทะลายโจรเพื่อป้องกันหรือเพิ่มภูมิร่างกาย คือ </strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>2 เม็ด สามเวลาก่อนอาหาร เช้ากลางวันเย็น (3 AC,tid)</p>
<p>การทานเพื่อการรักษามักทานร่วมกับตำรับยาทางแพทย์แผนไทย คือ ยาห้าราก หรือ จันทลีลา 4&#215;4 เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ทุกๆ สี่ชั่วโมงหรือ สี่มื้อ (Cap, AC, Hs, qid, q4h) หรือร่วมกับ ประสะจันทน์แดง ประสะเปราะใหญ่ ที่มีรายงานการจัดการไวรัสได้ดี</p>
<h1 id="page-title" class="title"><span style="font-size: 14pt;">กรมวิทย์เผย ผลการศึกษาในหลอดทดลองยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ (<a href="https://www.hfocus.org/content/2022/01/24174" target="_blank" rel="noopener">กรมวิทย์เผย ผลการศึกษาในหลอดทดลองยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ | Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ)</a></span></h1>
</blockquote>



<p>ตำรับยาทางแพทย์แผนไทยที่ใช้รักษา คือ <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B2?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVvUnKrotc2LavbxtgHC9C7zxRcPgIqvuUaKTNkMFT3sm3TyIOTp6IphPQWn8Hh2J8lj8XPz7QRdNiamvFbCk7x8J3HNcJVjtBHrdGNT48gORVWt8UbZS3uk4wML_vplZJWdwAE-78AHg9p5gs5xxUiBWHhzIkVWA8aA9o3tlMAvQyt0rd9NnNLkKSfX1huSPk&amp;__tn__=*NK-R" target="_blank" rel="noopener">คัมภีร์ตักกศิลา</a> จาก ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ของรัชกาลที่ 5 ตำรับยาที่ใช้รักษาไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้เหนือต่าง เป็นต้น เช่น</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ตำรับยาที่สำคัญทางแพทย์แผนไทยในการรักษาโควิดหรือโรคห่าลงปอด</p></blockquote>



<p>1. ตำรับ <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVvUnKrotc2LavbxtgHC9C7zxRcPgIqvuUaKTNkMFT3sm3TyIOTp6IphPQWn8Hh2J8lj8XPz7QRdNiamvFbCk7x8J3HNcJVjtBHrdGNT48gORVWt8UbZS3uk4wML_vplZJWdwAE-78AHg9p5gs5xxUiBWHhzIkVWA8aA9o3tlMAvQyt0rd9NnNLkKSfX1huSPk&amp;__tn__=*NK-R" target="_blank" rel="noopener">ยาห้าราก</a> หรือชื่อ <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVvUnKrotc2LavbxtgHC9C7zxRcPgIqvuUaKTNkMFT3sm3TyIOTp6IphPQWn8Hh2J8lj8XPz7QRdNiamvFbCk7x8J3HNcJVjtBHrdGNT48gORVWt8UbZS3uk4wML_vplZJWdwAE-78AHg9p5gs5xxUiBWHhzIkVWA8aA9o3tlMAvQyt0rd9NnNLkKSfX1huSPk&amp;__tn__=*NK-R" target="_blank" rel="noopener">ยาแก้วห้าดวง</a> หรือ #เบญจโลกวิเชียร</p>



<p>2. ตำรับ <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%A3?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVvUnKrotc2LavbxtgHC9C7zxRcPgIqvuUaKTNkMFT3sm3TyIOTp6IphPQWn8Hh2J8lj8XPz7QRdNiamvFbCk7x8J3HNcJVjtBHrdGNT48gORVWt8UbZS3uk4wML_vplZJWdwAE-78AHg9p5gs5xxUiBWHhzIkVWA8aA9o3tlMAvQyt0rd9NnNLkKSfX1huSPk&amp;__tn__=*NK-R" target="_blank" rel="noopener">#ประสะฟ้าทะลายโจร</a> &#8220;ประสะฟ้าทะลายโจร&#8221; เป็นตำรับยาไทย ส่วนฟ้าทะลายโจร ที่เราทานเดี่ยวๆ เป็นเพียงแค่เครื่องยาหรือสมุนไพรเย็น ทานมากๆ ไม่ดีต่อคนที่หยินหยางไม่พอดี คนที่มีธาตุไฟน้อยหรือมีอาการความดันต่ำไม่แนะนำ</p>



<p>แพทย์เวชกรรมไทยจะใช้ตำรับยาไทยประสะฟ้าทะลายโจรในการรักษาผู้ไข้โดยเฉพาะ เมื่อมีอาการเจ็บคอและท้องเสียอันเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งในตำรับยาไทย &#8220;ประสะฟ้าทะลายโจร&#8221; เป็นโครงสร้างของตำรับยาไทย มีการควบคุมฤทธิอันไม่พึงประสงค์ของฟ้าทะลายโจรเดี่ยวคือ รสขมเย็นไปได้ ซึ่งจะแสลงกับโรคหัวใจ ทำให้ร่างกายเย็น ภูมิคุ้มกันจะตก</p>



<p>3. ตำรับยาแก้ไข้จันทลีลา</p>



<p>3. ตำรับยาแก้ไข้ประสะจันทร์แดง ประสะเปราะใหญ่ เป็นต้น (<a href="https://www.hfocus.org/content/2022/01/24174" target="_blank" rel="noopener">กรมวิทย์เผย ผลการศึกษาในหลอดทดลองยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ | Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ)</a></p>



<p>4. ตำรับยาครอบไข้ จากคัมภีร์ตักศิลา</p>



<p>5. ตำรับยาแปรผิว และ อีกมากมาย เพื่อรักษาตามอาการต่างๆ</p>



<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9419?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVvUnKrotc2LavbxtgHC9C7zxRcPgIqvuUaKTNkMFT3sm3TyIOTp6IphPQWn8Hh2J8lj8XPz7QRdNiamvFbCk7x8J3HNcJVjtBHrdGNT48gORVWt8UbZS3uk4wML_vplZJWdwAE-78AHg9p5gs5xxUiBWHhzIkVWA8aA9o3tlMAvQyt0rd9NnNLkKSfX1huSPk&amp;__tn__=*NK-R" target="_blank" rel="noopener">#ตำรับยาสมุนไพรรักษาโควิด19</a><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVvUnKrotc2LavbxtgHC9C7zxRcPgIqvuUaKTNkMFT3sm3TyIOTp6IphPQWn8Hh2J8lj8XPz7QRdNiamvFbCk7x8J3HNcJVjtBHrdGNT48gORVWt8UbZS3uk4wML_vplZJWdwAE-78AHg9p5gs5xxUiBWHhzIkVWA8aA9o3tlMAvQyt0rd9NnNLkKSfX1huSPk&amp;__tn__=*NK-R" target="_blank" rel="noopener">#แพทย์แผนไทย</a> #หมอน้อยบ้านสมุนไพร</p>



<p>&nbsp;</p>



<p>&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-style-rounded"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-1856" src="https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2021/07/image-2.png" alt="" width="457" height="311" />
<figcaption>ผลกระทบของสายพันธุ์ไวรัสใหม่ต่อวัคซีน COVID-19</figcaption>
</figure>



<p>ที่มาข้อมูล:</p>



<ol class="wp-block-list"><li>https://www.who.int/emergencies/diseases/novel-coronavirus-2019</li><li>https://www.wsj.com/articles/pfizers-covid-19-vaccine-is-less-effective-against-delta-variant-israeli-data-show-11625572796</li><li>https://www.synphaet.co.th/วัคซีนโควิด-19-มีกี่ชนิด-อ/</li><li>https://news.thaipbs.or.th/content/304847</li><li>https://www.singlecare.com/blog/</li><li>https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/symptoms-testing/symptoms.html</li><li>https://www.isglobal.org/en_GB/coronavirus</li><li>คัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์</li><li>คัมภีร์ตักศิลา</li><li>คัมภีร์ไข้พิษไข้กาฬไข้เหนือ</li><li>ย่อยข่าวและข้อมูลจาก อ. กิตติ กิตติจารุวงค์ ครูบาอาจารย์แพทย์แผนไทย สมาคมแพทย์แผนไทยลำพูน. (personal data text)</li><li><a href="https://www.hfocus.org/content/2022/01/24174" target="_blank" rel="noopener">กรมวิทย์เผย&nbsp;ผลการศึกษาในหลอดทดลองยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ | Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ</a></li><li><a href="https://www.tnnthailand.com/static/images/46d94692-8bef-4d55-b503-3fc709f302e8.jpg" target="_blank" rel="noopener">46d94692-8bef-4d55-b503-3fc709f302e8.jpg (1273×720) (tnnthailand.com)</a></li><li><a href="https://www.bloomberg.com/graphics/covid-vaccine-tracker-global-distribution/" target="_blank" rel="noopener">More Than 10.1 Billion Shots Given: Covid-19 Vaccine Tracker (bloomberg.com)</a></li></ol>



<p>&nbsp;</p>



<pre id="block-13a6c9e2-dbb6-4849-b4d3-cd72c64bf131" class="wp-block-code"><code></code></pre>



<p>&nbsp;</p>



<p>&nbsp;</p>



<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรคกรดไหลย้อน</title>
		<link>https://mhonoibannsamunprai.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Mhor Noi]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2021 03:01:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กรดไหลย้อน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษากรดไหลย้อน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีบรรเทากรดไหลย้อน]]></category>
		<category><![CDATA[หมอน้อยบ้านสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[โรคกรดไหลย้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://mhonoibannsamunprai.com/?p=1661</guid>

					<description><![CDATA[โรคกรดไหลย้อน เข้าใจโรค เปลี่ยนตัวเองก็หายได้ ท้องอืด เฟ้อ เรอ เหม็นเปรี้ยว แสบร้อนกลางอก โรคกรดไหลย้อน (Gastro esophageal Reflux Disease (GERD) มาจากคำว่า [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading">โรคกรดไหลย้อน เข้าใจโรค เปลี่ยนตัวเองก็หายได้</h2>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ท้องอืด เฟ้อ เรอ เหม็นเปรี้ยว แสบร้อนกลางอก </p></blockquote>



<p><strong>โรคกรดไหลย้อน (Gastro esophageal Reflux Disease (GERD) </strong>มาจากคำว่า &#8220;Gastro esophageal&#8221; หมายถึง กระเพาะอาหาร และหลอดอาหาร <sup>(2)</sup> เกิดขึ้นเมื่อกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในท่อบ่อยๆ <sup>(1)</sup>&nbsp; หากเริ่มมีอากาเหล่านี้ เช่น เริ่มมีกลิ่นปาก หูอื้อ ร้อนกลางอก เจ็บอก กลืนลำบาก ซึ่งเป็นอาการของกรด หรือน้ำย่อยในกระเพาะ ที่มีการไหลย้อนกลับขึ้นมาในทรวงอกหรือบริเวณหลอดอาหาร ทำให้เกิดการแสบร้อนเหม็นเปรี้ยว</p>



<p class="has-text-color" style="color:#0e9563">โรคกรดไหลย้อนนี้ คือ ภัยร้ายที่ซ่อนตัวในมุมมืดของร่างกายที่ทุกคนกำลังละเลย ซึ่งการรักษากรดไหลย้อนให้หายขาด ต้องรู้สาเหตุแน่ชัด กรดไหล เดิมเป็นอาการที่ลุกล้ำชีวิตบุคคลวัยทำงาน แต่เห็นได้ว่าในปัจจุบันนั้นพบเพิ่มขึ้นอย่างจำนวนมากในกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่ใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพเท่าไหร่ หรือพบได้กับบุคคลทั่วไปมากขึ้นเรื่อยๆ หากยังคงละเลยด้วยการใช้ชีวิต ไม่รีบรักษานอกจากจะต้องทุกข์ทรมานจากอาการดังกล่าวแล้ว หรืออาจจะมีโอกาสเป็นมะเร็งได้</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2021/03/gerd-jpeg-scaled.jpeg" alt="โรคกรดไหลย้อน" class="wp-image-1775" width="642" height="352" srcset="https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2021/03/gerd-jpeg-scaled.jpeg 2560w, https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2021/03/gerd-jpeg-768x422.jpeg 768w, https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2021/03/gerd-jpeg-1536x844.jpeg 1536w, https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2021/03/gerd-jpeg-2048x1125.jpeg 2048w" sizes="auto, (max-width: 642px) 100vw, 642px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ด้านการแพทย์แผนไทย</h3>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>คำนิยามที่ใช้ในทางแพทย์แผนไทย &#8220;ผู้ไข้&#8221; หมายถึง คนไข้ หรือผู้ป่วย ในทางแพทย์แผนปัจจุบัน และ &#8220;กองธาตุ&#8221; คือ ธาตุที่ประกอบขึ้นในร่างกายคน มี 4 กอง คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ</p></blockquote>



<p><strong>สำหรับด้านการแพทย์แผนไทยนั้น</strong> ได้กล่าวถึงทั้งอวัยวะตับ และกระเพาะอาหาร ธาตุดินไม่ว่าจะลำไส้ หรืออาหารเก่าใหม่ที่ทาน เพราะกลุ่มธาตุดิน คือ หูรูดตรงกระเพาะอาหารหลอดอาหารถูกแก๊สดันให้เปิด แล้วกรดต่างๆ ย้อนขึ้นมาด้านบนระบบย่อยอาหารแกนกลางลำตัว</p>



<p><strong>ในทางแพทย์แผนไทยนั้น กรดไหลย้อน เรียกชื่อว่า “กษัยท้น” คำว่า กษัยในทางแผนไทย คือ ความเสื่อม&nbsp; ท้น คือ ล้น หรือเกินมา</strong>&nbsp; ตามคัมภีร์กษัยกล่าวว่า <em>“กษัยท้น&nbsp; เกิดเพื่อบริโภคอาหาร เมื่อท้องว่างอยู่ยังมิได้บริโภคอาหารก็สงบดี ครั้นบริโภคอาหารเข้าไปน้อยก็ดี มากก็ดี กระทำให้ท้นขึ้นมายอดอก ให้อาเจียน ให้แน่นอก และชายโครงหายใจไม่ตลอดท้องแน่นขึ้นมาแต่ท้องน้อยชักเอากระเพาะข้าวแขวนขึ้น”</em> &nbsp;<sup>(3,4)</sup></p>



<p>ในร่างกายทุกคนเรามีธาตุหลัก สี่ธาตุที่ประกอบขึ้นมา การไม่มีโรค หมายถึง ยังคงมีความสมดุล (Balance) ในธาตุหลักทั้งสี่ สำหรับกษัยท้นนี้นั้นเกี่ยวพันธ์กับ ธาตุไฟ ธาตุดิน และธาตุลม แบบแยกกันไม่ค่อยออกโดยพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ การทานอาหาร และการพักผ่อน การนอนหลับเป็นเวลาความเครียด เหล่านี้สัมพันธ์กับธาตุไฟกองต่างๆ เหตุปัจจัยการก่อโรคภายนอก</p>



<p>นั่นคือทำให้น้ำย่อยพิการ และน้ำย่อยถือเป็นดีพัทธะปิตตะที่สัมพันธ์กับตับ (ยกนัง) ที่ทำงานเกี่ยวกับน้ำย่อยทำงานแย่ลง (หย่อน = มีน้อย หรือ ประสิทธิภาพลดลง) ทำให้ไฟย่อยกองหนึ่งที่ชื่อ “ปริณามัคคี” หย่อน และเกิดการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์เกิดอาหารเก่า (กรีสัง) ซึ่งเป็นธาตุดินชนิดหนึ่งรวมๆ กับอาการใหม่ (อุทรียัง) ที่ทานไปเกิดการทับถมบูดเน่าในลำไส้ ให้ทุกคนนึกถึง ผักที่เน่าๆ ปนๆ กันในที่สุดจึงเกิดการเน่าบูด และเกิดแก๊ส และดันขึ้นด้านบน และลมพิษนี้สามารถจะพัดเอาน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นด้านบนด้วยจึงเกิด การแสบร้อนกลางอก เรอเหม็นเปรี้ยว นอนไม่ได้ มีอาการจุกอก</p>



<p class="has-vivid-red-color has-text-color"><strong>หูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง หรือ คือหูรูดที่รัดส่วนที่จะต่อไปที่กระเพาะอาหารเสื่อมสภาพ ไม่สามารถบีบรัดแยกส่วนของอวัยวะทั้งสองส่วน</strong>จากกันได้ดี หลอดอาหารบีบตัวผิดปกติ  ทานชากาแฟ สูบบุหรี่เป็นประจำ  มีพฤติกรรมการทานอาหารเผ็ดร้อน ทานอาหารดึกๆ  ทานอาหารก่อนนอนและหรือทานอาการไม่เป็นเวลาบ่อยๆ ทานอาหารอิ่มมากเกินไป จนกองไฟย่อย (ปริณามัคคี) ย่อยอาหารได้ไม่หมด ใครก็ตามที่ต้องการจะรักษาให้หายขาด ไม่ให้กลับมาเป็นอีกนั้นไม่ค่อยสำเร็จ เพราะยาที่ใช้ในการรักษาจะบรรเทาอาการได้เพียงแค่ชั่วคราว บางรายหมดค่ารักษาแพงแต่พอทุเลาหรือหายแล้วก็จะกลับมาเป็นซ้ำอีกวนไปวนมาเรื่อยๆ แบบนี้  อาการทรมานมากๆ ที่สุดที่ผู้ไข้เป็น คือ การที่นอนไม่ได้หรือนอนไม่หลับ นอนราบแบบปกติไม่ได้ต้องพิงพนักหรือพิงหมอน</p>



<p>เดิม กรดไหลย้อนควรจะเกิดในวัยปัจฉิมหรือวัยทำงานเป็นส่วนมากช่วงอายุ มากกว่า 30 ปี แพทย์แผนไทยเรียกว่า “พาลผู้เฒ่า” แต่ในปัจจุบันนั้นตามที่กล่าวไว้ คือพบได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มอายุมากที่กลุ่มวัยรุ่น   </p>



<p><strong>สาเหตุ&nbsp;</strong> โรคกรดไหลย้อนเป็นกลุ่มอาการโรคที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร พบมากในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบัน เริ่มถดและถอยไปที่เด็กๆ หรือวัยรุุ่นมากขึ้น ปัจจุบันพบในเด็ก และคนหนุ่มคนสาวในวัยทำงานมากขึ้นมีบ้างในกรณีเด็กทารกที่มีความผิดปกติโดยกำเนิดของหูรูดที่ยังเจริญได้ไม่เต็มที่</p>



<p>แปลกใจไหม ทั้งๆ ที่ชื่อ คือ กษัย ภาวะเสื่อมที่จะเจอในคนอายุวัยปัจฉิม แต่มาเจอในวัยปฐมวัยมากขึ้นในปัจุบัน เพราะการใช้ชีวิตต่างๆ ที่เป็นตัวปัจจัยหลักที่ก่อเกิดโรคนั่นเอง</p>



<p><strong>กษัย แปลว่า ความเสื่อม &nbsp;</strong>ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาการอาจลุกลามกลายเป็นโรคร้ายต่างๆ ตามมา เช่น มะเร็งหลอดอาหาร หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร&nbsp;&nbsp;ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน หรือกษัยท้น คือ เกี่ยวข้องหลักๆ ในเรื่องความเสื่อมของร่างกาย&nbsp; ที่เริ่มจากธาตุดิน คือ กระเพาะอาหารที่ย่อยได้ไม่ดี หรือ ไฟย่อยอาหารที่ชื่อ ว่า ปริณามัคคี หย่อนทำให้ ธาตุดิน คือ ตับ (ยกนัง) มีปัญหา หรืออ่อนแอ ลงธาตุเจ้าเรือนในร่างกายทุกคนมี สี่แบบหลัด  คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และมีส่วนที่ห้าคือ อากาศธาตุ  โดยที่ธาตุไฟมีสี่กอง แต่กองไฟที่เกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อน คือ กองย่อยอาหาร</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-style-default"><img loading="lazy" decoding="async" width="889" height="608" src="https://mhonoibannsamunprai.com/wp-content/uploads/2021/03/112-e1617088662533.png" alt="โรคกรดไหลย้อน" class="wp-image-1761"/><figcaption>ขอบคุณที่มารูปจาก jintawanherb</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading">อาการและสาเหตุของโรคกรดไหลย้อน</h3>



<p>หากคุณมีกรดไหลย้อนในตอนกลางคืนคุณอาจจะมีอาการเหล่านี้ได้  <sup>(1)</sup>  คือ </p>



<p>มีไอเรื้อรัง เกิดกล่องเสียงอักเสบ โรคหอบหืดใหม่หรือเลวลง รบกวนการนอนหลับ นอนไม่ได้ ทานละนอนจะมีอาการจุก แน่นกลางอก หายใจไม่พอหรือไม่อิ่มหรือไม่เต็มปอด ต่อเนื่องไปที่กลายเป็นหายใจสั้นหอบ เรอบ่อย เรอเหม็นเปรี้ยว หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดที่คอตลอดเวลา ทานอาหารไปมีความรู้สึกว่าพุงแน่น ท้องแน่นไปหมด และเป็นๆ หายๆ ไม่ยอมหายสักทีอาการวนๆ อาหารเหล่านี้จะเรื้อรัง  ทั้งนั้นคือ อาการของระบบการย่อยที่ไม่สมบูรณ์นั่นเอง</p>



<p>ทางการแพทย์แผนไทยแล้วก่อให้เกิดลมที่พัดขึ้นด้านบน หรือ ลมกองละเอียดนั่นเอง ไฟกองปริณามัคคี (ไฟสำหรับการย่อยอาหาร) หย่อน (ประสิทธิภาพลดน้อยไม่เต็มที่)  มีผลต่อเนื่องไปที่ ตับทำให้การทำงานการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ทำให้เกิด อาหารที่ไม่ถูกย่อยนั้นเกิดการเน่าบูด ให้นึกถึงผักสดที่ทับถมในตลาดสด แล้วเกิดการเน่าทำให้เกิดกลิ่นและของเสีย มีน้ำดำๆ ไหลวน ดังนั้น จึงเกิดแก๊สในลำไส้แกนกลางของลำตัว ซึ่งสอดคล้องกับทางแพทย์แผนจีนที่พูดถึงโรคกรดไหลย้อนเกี่ยวข้องกับลมปราณของอวัยวะตับที่กระทบกระเพาะอาหารนั่นเอง มีความร้อนอุดกั้นที่อวัยวะทั้งสองได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปัจจัยหลักในการก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อน</h3>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ด้านการรับประทานอาหาร</h4>



<ul class="wp-block-list"><li>กินอาหารมากเกินไป จนไฟย่อยย่อยไม่ได้ ย่อยไม่สนิทพอ เกิดอาหารเน่าบูดคั่งค้างในกระเพาะอาหารและลำใส้ ทำให้มีท้องอืด เกิดกองลมในลำใส้กระเพาะได้</li><li>กินอาหารรสจัดเกินไป <em>(เป็นสาเหตุให้เพิ่มกองไฟแน่นอน)</em></li><li>กินอาหารเน่าอาหารเก่าค้างคืน อาหารบูด อาหารหยาบ อาหารดิบต่างๆ<em> (เมื่อไฟย่อย ย่อยไม่ดี สิ่งตามมา คือ บูดเน่าเสีย คั่งค้าง เกิดโรคร้ายตามมา คือ โรคมานกษัย หรือเกิดกลุ่มท้องมาร ต่างๆ ที่ไปเกี่ยวกับคัมภีร์โรคมานกษัย 18 จำพวกในแพทย์แผนไทย)</em></li><li>กินอาหารย่อยยาก เช่น ของทอด ของผัด ของมัน หรือทานอาหารมื้อดึกก่อนเวลาจะนอนไม่นานทำให้อาหารไม่ย่อยหรือย่อยไม่สมบูรณ์บ่อยครั้ง</li><li>กินยาที่มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร และลำไส้อาจจะส่งเสริมให้เกิดโรคกรดไหลย้อน</li><li>มีปัจจัยบางอย่างด้านพฤติกรรมจากการทานยา และสูบบุหรี่ที่ Harvard Health Publishing, (2019) <sup>(7)</sup> ได้แนะนำไว้ เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่จัด นิโคตินอาจจะไปส่งผลในการคลายหูรูดหลอดอาหารได้ การดื่มน้ำหวานต่างๆ ดื่มเครื่องดื่มอัดลม (Carbonated Beverages) การดื่มน้ำแบบนี้ทําให้คุณเรอ และจะส่งกรดเข้าไปในหลอดอาหาร ดื่มน้ำปกติแทนน้ำอัดลม</li><li>พฤติกรรมการรับประทานแล้วนอน ทำให้ระบบย่อยอาหาร ย่อยได้ไม่หมด ด้วยสภาวะร่างกายที่เดิมไฟย่อยไม่ดีอยู่แล้ว <em>(จะเป็นการดีที่เราควรนอนให้ศีรษะควรที่จะสูงกว่าเท้าของคุณ 6 ถึง 8 นิ้ว)</em> <sup>(7)</sup></li><li>การรับยาบางกลุ่มบางชนิด<sup>(7)</sup>  เช่น กลุ่มเอสโตรเจนวัยหมดประจําเดือน ยากล่อมประสาท (Tricyclic Antidepressants)  ยาแก้ปวดต้านการอักเสบ จะไปคลายกล้ามเนื้อหูรูด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonates Like Alendronate, Fosamax) Ibandronate (Boniva) หรือ Risedronate (Actonel) ที่ใช้เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก อาจจะระคายเคืองหลอดอาหารได้ <sup>(7)</sup></li></ul>



<h4 class="wp-block-heading">ด้านของอารมณ์ ความรู้สึก</h4>



<p>มีภาวะที่ทำให้ธาตุไฟเกิดตลอดเวลา ทำให้เกิดทั้งธาตุลม และธาตุไฟ ในร่างกายสูง อาจจะมีเรื่องความ เครียดที่สะสมยาวนานเรื้อรัง มีภาวะอารมณ์โลภโกรธหลง มัวเมา วิตกกังวล อาฆาตพยาบาท มีความอิจฉาริษยา ทั้งหมดนี้ คือ กองไฟทั้งนั้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">ด้านสิ่งแวดล้อมภายนอก</h4>



<p>อากาศที่กระทบร้อนเย็น บ่อยๆ เป็นประจำ เช่น ในห้องแอร์ ไม่ผ่อนคลาย สีเขียวภายนอก ร่างกายแข็งตึงตลอดเวลา ทำให้ลำไส้ไม่เคลื่อนตัวหรือเคลื่อนน้อย ส่งผลต่อไปที่เรื่องของ อิริยาบถ เพราะการนั่งนานเป็นประจำ ตัวอย่างเช่น การนั่งทำงานใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำไม่เคลื่อนไหวตัวเองไปทางใหน มีผลให้กระเพาะอาหาร และลำไส้ทำงานไม่เต็มที่  นั่นคือ ธาตุดินทั้งยี่สิบอย่างถูกกระทบ นั่นเอง การออกกำลังกายน้อย หรือขาดการออกกำลังกาย</p>



<p><strong>อาการท้องผูก (ธาตุดิน กลุ่มเก่าคั่งค้างในลำไส้) คือ กรีสัง หรืออุจจาระ ไม่ออก </strong>มีการอั้นเป็นเถาดานในร่างกายแกนกลาง คนที่มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง ทำให้มีของเสียตกค้างอยู่ภายในลำไส้&nbsp; เกิดธาตุลมแปรปรวน หรือคือแก๊สภายในขึ้น หากขับลมไม่ออก จะตีขึ้นด้านบน&nbsp; และขับออกลงล่างไม่ได้ จึงตีขึ้นเบื้องบน ดังนั้นจึงเกิดเรอเหม็นเปรี้ยวนั่นเอง เพราะของบูดเน่าเสียมันอยู่ด้านล่าง แบบนี้พอเห็นภาพกันไหมว่า เราเดินไปโดยหอบเอาของเสียไปกับตัวเองทุกที่</p>



<p class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color">การรักษากรดไหลย้อนในทางแพทย์แผนปัจจุบันนั้น จะจ่ายยาลดกรดเป็นหลัก และแนะนำปรับพฤติกรรมในผู้ป่วย ในด้านการทานอาหารให้ลดอาหารเผ็ด ทานให้เป็นเวลาขึ้น  หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดหูรูดกระเพาะอาหาร</p>



<h4 class="wp-block-heading"><span class="has-inline-color has-vivid-green-cyan-color">ยาที่เกี่ยวข้องในการรักษาด้วยแพทย์แผนไทย</span></h4>



<p>        หลักการพื้นฐานของการรักษาด้วยแพทย์แผนไทย คือ การรุ ล้อม รักษา และบำรุง เพื่อให้เป็นต้นไม้ที่สดใสไม่เเห้งเหี่ยว เหมือนการตัดแต่ง พรวนดินให้ต้นไม้นั่นเอง  ซึ่งยาที่ใช้มีดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list" type="1"><li>ยาหอมต่างๆ เพื่อช่วยดับกล่อมธาตุไฟลง และช่วยในการลดการหลั่งกรดได้</li><li>ยากลุ่มสามัญประจำบ้าน 24 ขนาน  ที่มีสรรพคุณ  ขับลมและ รุเอาเมือกมัน ประเมหะของเสียต่างๆ ในลำไส้ออกไป เพื่อปรับการดูดซึมในลำไส้ให้ดีขึ้นลดการดูดซึมสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ </li><li>ยากลุ่มรักษากษัย ตามกษัย 18 ประการ ลดอาการปวดตึงของร่างกาย ยารุลำไส้ต่างๆ </li><li>หากมีอาการโรคกระเพาะอาหารจะมียากลุ่มที่มีฤทธื์สมานภายในร่วมด้วย</li></ol>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>หมอไทยยาไทย หากต้องการใช้ยาไทยโปรดพิจารณาปรึกษาแพทย์แผนไทยเพื่อวางแผนการรักษา</p></blockquote>



<p>โรคกรดไหลย้อนเป็นตัวอย่างที่ดีในการศึกษาทำความเข้าใจถึงโรคที่คนโบราณ และคนในยุคปัจจุบันที่เป็นกันมาก เพราะโรคนี้เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารรสจัดมากเกินไป การใช้ชีวิตที่เสื่อมไว ไม่ใส่ใจสุขภาพ ตามใจตัวเองในการรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเรื่องของทานอาหารผิดเวลา ทานอาหารรสจัดต่างๆ  สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยภายนอก <strong><u><sup>(7)</sup></u></strong> เป็นพฤติกรรมก่อโรคที่ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน หากเราปรับพฤติกรรมเหล่านี้ที่เป็นปัจจัยก่อนโรคได้นั้น หมายความว่า ผู้ไข้จะสามารถหายจากโรคนี้ได้ด้วยตนเองแน่นอน</p>



<p></p>



<p class="has-cyan-bluish-gray-color has-text-color">เอกสารอ้างอิง (<strong>Bibliography</strong>)</p>



<ol type="1" class="has-cyan-bluish-gray-color has-text-color wp-block-list"><li><em><a href="http://้https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/gerd/symptoms-causes/syc-20361940" class="rank-math-link">www.mayoclinic.org/diseases-conditions/gerd/symptoms-causes/syc-20361940</a></em></li><li><em>www.webmd.com/heartburn-gerd/guide/reflux-disease-gerd-1</em></li><li><em>ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ภูมิปัญญาทางการแพทย์และมรดกทางวรรณกรรมของชาติ เล่ม 1,2. 2542. หนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับหลวง รวบรวมและพิมพ์โดยพระยาพิศณุประสาทเวช.</em></li><li><em>เอกสารประกอบการเรียน คัมภีร์กษัย (มปป).กษัยเกิดเป็นอุปปาติกะ 18&nbsp; จำพวก. ทพิดา ไทยภาวร คู่มือเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ขึ้นทะเบียนสอบใบประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทเวชกรรม. 1-5. ตำรากองประกอบโรคศิลป์. (2541, 2549 ).</em></li><li><em>ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขา เวชกรรม เล่ม 1-3. กองประกอบโรคศิลปะ.</em></li><li><em>พรบ ยา 2510. ธรณีสันฑฆาต. กลุ่มยาแก้กษัย.</em></li><li><em>Harvard Health Publishing. (2019, September 24). 9 ways to relieve acid reflux without medication. Retrieved from https://www.health.harvard.edu/digestive-health/9-ways-to-relieve-acid-reflux-without-medication.</em></li></ol>


<form role="search" method="get" action="https://mhonoibannsamunprai.com/" class="wp-block-search__button-outside wp-block-search__text-button wp-block-search"    ><label class="wp-block-search__label" for="wp-block-search__input-1" >Search</label><div class="wp-block-search__inside-wrapper" ><input class="wp-block-search__input" id="wp-block-search__input-1" placeholder="" value="" type="search" name="s" required /><button aria-label="Search" class="wp-block-search__button wp-element-button" type="submit" >Search</button></div></form>




<div class="wp-block-group is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow"><div class="wp-block-group__inner-container"></div></div>


<p class="fonts-plugin-block "></p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
